ธนาคารไทยทุ่มลงทุน AI กว่า 25,000 ล้านบาท แต่หลายโครงการยังวนอยู่กับการทดสอบที่ไม่ได้สร้างคุณค่าจริงให้องค์กร แล้วธนาคารจะก้าวข้ามกับดัก “Isolated AI Projects” ไปสู่การใช้ AI ที่วัดผลได้จริงอย่างไร
เดอร์ริก ลิม
ลีดเดอร์ ภาคบริการทางการเงิน
พาร์ทเนอร์ บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่น
ดีลอยท์ ประเทศไทย
วันนี้ คำถามสำคัญที่ธนาคารทั่วโลกเผชิญไม่ใช่องค์กร “นำ AI มาใช้แล้วหรือยัง” อีกต่อไป แต่คือ “องค์กรได้ก้าวผ่านโครงการนำร่อง ไปสู่การใช้งานในระดับองค์กรและสร้างมูลค่าที่จับต้องได้แล้วหรือยัง”
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กลายเป็นความสามารถพื้นฐาน (Core Capability) ของภาคธนาคารไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ภาคธนาคารถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ผลสำรวจ Thailand Digital Transformation Survey 2025 ของดีลอยท์ ได้เน้นย้ำว่า ภาคธนาคารเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและการนำ AI มาใช้ ในปี 2567 ธนาคารในประเทศไทยประกาศลงทุนในด้าน AI รวมกว่า 25,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับการทำงานหลังบ้าน สร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เร่งพัฒนานวัตกรรม และเสริมศักยภาพการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการทุจริตแบบเรียลไทม์ การลงทุนเหล่านี้สะท้อนถึงปีแห่งความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์อย่างจริงจัง และตอกย้ำบทบาทของภาคธนาคารในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความก้าวหน้าด้านการนำ AI มาใช้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ จากรายงาน 2026 Banking and Capital Markets Outlook ของดีลอยท์ ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่าง “ความทะเยอทะยานด้าน AI” กับ “ความพร้อมในการนำไปใช้จริง” ในภาคธนาคาร โครงการ AI โดยเฉพาะ Generative AI หลายโครงการยังคงอยู่ในขั้นการทดสอบความเป็นไปได้ (Proof of Concept) แม้ AI จะถูกนำมาใช้ครอบคลุมทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การตลาดเฉพาะบุคคล การพิจารณาสินเชื่อ การตรวจจับการทุจริต ไปจนถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า แต่การทำงานยังแยกส่วน (Silo) ตามฟังก์ชันหรือความต้องการเฉพาะด้าน และไม่มีการบูรณาการในองค์กร ทำให้ศักยภาพของ AI ยังไม่ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่ ความท้าทายหลักในระยะถัดไปจึงไม่ใช่การมีโครงการ AI เพิ่มขึ้น แต่เป็นการขยายผล (Scaling) AI ให้ทำงานประสานกันทั้งองค์กร ถึงแม้รายงานนี้จะอ้างอิงเป็นหลักจากตลาดสหรัฐฯ แต่ธนาคารไทยก็มีแนวโน้มเผชิญความท้าทายที่คล้ายกันในอนาคตอันใกล้
ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ ไม่ได้วัดจากความซับซ้อนของโมเดล หรือจำนวนโครงการ แต่วัดจากคุณค่าทางธุรกิจที่วัดผลและจับต้องได้ แม้โครงการ AI จะก้าวหน้าเพียงใด แต่หากไม่สามารถพิสูจน์คุณค่าได้ ก็อาจกลายเป็นเพียงการทดลองราคาแพง แทนที่จะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ดีลอยท์ ได้ระบุแนวทางเชิงกลยุทธ์สำคัญสำหรับธนาคารไทยเพื่อก้าวข้ามโครงการ AI แบบแยกส่วน (Isolated AI Projects) ไปสู่การสร้างคุณค่าในระดับองค์กร ดังนี้
อุปสรรคที่มักเผชิญในการวัด ROI ได้แก่
เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ AI ให้สามารถสร้างคุณค่าในระดับองค์กรอย่างแท้จริง ธนาคารจำเป็นต้องก้าวข้ามโครงการ AI แบบแยกส่วน และวางแผนเชื่อมโยง AI อย่างเป็นระบบ